ตัวอย่าง 10 บทความท่องเที่ยว แนะนำที่เที่ยว จังหวัดเลย

ต่อไปนี้เป็นตัวอย่าง บทความท่องเที่ยว บทความเชิญชวนท่องเที่ยวไทย โดยเขียนแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมืองจังหวัดเลยค่ะ

สั่งงานเขียนได้ที่ Email : vanvaewcontent@gmail.com หรือ Line ID: @vanvaewcontent สอบถามได้ที่ เบอร์ 098-4164484

เมืองเลย 1 – ศาลเจ้าพ่อกุดป่องและศาลหลักเมือง

ที่มาของภาพ http://www.igettrip.com/th/view_travel.php?tid=636

เที่ยวเมืองเลย สักการะศาลเจ้าพ่อกุดป่องและศาลหลักเมืองเสริมสิริมงคล

หากเอ่ยถึงสถานที่ที่พี่น้องชาวเมืองเลยให้ความเคารพและศรัทธา ศาลเจ้าพ่อกุดป่องและศาลหลักเมืองเป็นศาลศักดิ์สิทธิ์ของผู้คนที่อาศัยในจังหวัดเลยแห่งนี้ สำหรับประวัติความเป็นมาของศาลหลักเมืองเจ้าพ่อกุดป่องนั้น เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2524 เมื่อนายทองดำ บานชื่น ผู้ว่าราชการจังหวัดเลยในสมัยนั้นได้วางศิลาฤกษ์สร้างศาลหลักเมือง โดยองค์เสาหลักเมืองทำขึ้นจากไม้ราชพฤกษ์ด้วยความสูงระดับ 179 เซนติเมตรจากฐาน และช่วงยอดเสาหลักเมืองนั้นได้รับการแกะสลักเป็นรูปหัวเห็ดทรงมัณฑน์และลงรักปิดทองทั่วทั้งองค์ ที่สำคัญ ศาลเจ้าพ่อกุดป่องและศาลหลักเมืองเกิดขึ้นและสร้างสำเร็จด้วยจิตศรัทธาของผู้คนในเมืองเลยที่ร่วมกันบริจาคเงินสมทบเพื่อสร้างศาลหลักเมืองแห่งนี้ให้เป็นมรดกต่อลูกหลานจนถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ เพื่อให้ภูมิทัศน์โดยรอบศาลเป็นระเบียบและสวยงามยิ่งขึ้น ทางจังหวัดเลยได้ทำการบูรณะตัวศาลตั้งแต่ปีพ.ศ. 2525 ซึ่งศาลทั้งสองนี้ตั้งอยู่ใกล้กัน บรรยากาศภายในศาลเจ้าพ่อกุดป่องและศาลหลักเมือง มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ทั้งที่เป็นองค์พระพุทธรูปปางต่าง ๆ, องค์พระสังขจารย์ที่ชาวจีนนับถือและเชื่อว่าหากได้บูชาจะนำมาซึ่งโชคลาภและความสุข ตลอดจนรูปตุ๊กตาสัตว์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นม้า, ช้าง, วัว, หนู ฯลฯ ส่วนในบริเวณด้านนอกศาลเจ้าพ่อกุดป่องนั้นก็จะมีสิงห์เฝ้าที่หน้าประตู ตามความเชื่อของชาวจีน

อย่างไรก็ดี ในพื้นที่บริเวณด้านหลังศาลเจ้าพ่อกุดป่องจะมีสวนสาธารณะกุดป่องที่ให้ทั้งความรู้สึกสงบผ่อนคลาย, สดชื่นและหย่อนใจกับบรรยากาศของต้นไม้ใหญ่น้อยที่ล้อมรอบ โดยผู้ที่มาเยือนสามารถมองเห็นคูเมืองที่กั้นอยู่ แต่ในขณะเดียวกัน ผู้คนก็ยังสามารถสัญจรไปมาหากันได้ด้วยการใช้สะพานข้ามคลอง ที่ผู้มาเยือนสามารถให้อาหารปลาได้เพราะเป็นแหล่งรวมปลาจำนวนมากตามธรรมชาติ  


เมืองเลย – 2 – สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ

ภาพประกอบจาก http://www.teethiao.com/th/view_travel.php?tid=3086

เที่ยวเมืองเลย แวะพักปอดที่สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ

จังหวัดเลย เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ติดกับชายแดนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย และจัดเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางอิงกลิ่นอายธรรมชาติแห่งขุนเขาที่รายล้อมด้วยสายหมอกบนภูเขาซ้อนสลับลายอันอุดมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นภูกระดึง, ภูเรือ หรือ ภูหลวง โดยระยะทางไปจังหวัดเลยจากกรุงเทพฯ ประมาณ 520 กิโลเมตร หรือถ้านักท่องเที่ยวขับรถยนต์มาก็จะใช้เวลาราว ๆ 7 – 8 ชั่วโมง หรือจะเลือกโดยสารเครื่องบินภายในประเทศก็มีสายการบินที่ให้บริการบินตรงจากกรุงเทพฯมายังจังหวัดเลย ได้อีกช่องทางหนึ่ง

นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมข้างต้น ในตัวอำเภอเมืองเลยก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแบบต่างกิจกรรมไว้ต้อนรับผู้มาเยือน ไม่ว่าจะเป็นอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำหมานที่สร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ทางชลประทาน แต่ก็มีความสวยงามของธรรมชาติบนพื้นที่ 1,500 ไร่ , วัดถ้ำผาปู่ หรือ วัดถ้ำเพียงดิน โดยวัดมีลักษณะเป็นถ้ำขนาดใหญ่ใต้ภูเขาหินและภายในถ้ำมีหินงอก หินย้อยเป็นศิลปะจากธรรมชาติที่สวยงาม, ศาลเจ้าพ่อกุดป่องและศาลหลักเมืองที่ชาวจังหวัดเลยให้ความเคารพและนับถือมาช้านาน และสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำเลย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อพักปอดรับอากาศสดชื่นได้เป็นอย่างดี

สำหรับสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ ป่าเลิงใหญ่ นั้นมีขนาดของพื้นที่โดยประมาณกว้างถึง 2 ไร่ ซึ่งห้อมลอบไปด้วยสวนไม้ดอกและไม้ประดับนานาชนิด ที่สำคัญ พื้นที่ของสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ แห่งนี้ยังติดริมแม่น้ำเลย ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสสายลมเย็นสบายที่พัดผ่านตลอดวัน นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถชื่นชมธรรมชาติของสายน้ำและดอกไม้พร้อม ๆ กับเดินข้ามสะพานแขวนอันเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติแห่งนี้   


เมืองเลย – 3 – ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดเลย

ภาพประกอบจาก https://bit.ly/2maEltG

เที่ยวเมืองเลย เรียนรู้วัฒนธรรมผ่านศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดเลย

นอกจากเมืองเลย จะมีแหล่งท่องเที่ยวแนวธรรมชาติรมรื่น, ภูเขาเขียวและสายหมอกแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้วัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของชาวเมืองเลยอย่าง ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดเลยก็ได้รับความนิยมจากบรรดานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเช่นกัน โดยที่ตั้งของศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดเลยนั้น อยู่ภายในสถาบันราชภัฎซึ่งเป็นอาคาร 2 ชั้น ที่ได้จัดเก็บและแบ่งปันข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ทั้งในเรื่องประเพณี, วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเมืองเลยในแง่มุมต่าง ๆ ตลอดจนด้านศาสนา ทางศูนย์ฯ เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ช่วงเวลา 08.30 ถึง 16.30 น. ทั้งนี้ เพื่อการสื่อสารและนำเสนอเรื่องราวให้เป็นระบบ ทางศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดเลย ได้แบ่งเนื้อหาออกเป็น 3 ช่วง 3 ห้องแสดง ประกอบด้วย 

  • ส่วนที่ 1: จัดแสดงในห้องประชุมประกอบการฉายสไลด์เพื่อบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของเมืองเลย รวมถึงเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่ช่วยบ่งบอกและอธิบายให้เห็นถึงรูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้คนในจังหวัดเลย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
  • ส่วนที่ 2: จัดแสดงในห้องนิทรรศการชั่วคราวโดยบอกเล่าถึงองค์พระพุทธรูปเก่าที่ประดิษฐ์ขึ้นจากไม้, หินทราย, เงิน และดินเผา, เครื่องใช้ในสมัยโบราณและรวมถึงหน้ากากผีตาโขน โดยสิ่งของทั้งหมดที่นำมาแสดงได้รวบรวมมาจากชาวเมืองท้องถิ่นในจังหวัดเลย ที่สำคัญ ในห้องนิทรรศการแห่งนี้จะมีการหมุนเวียนกิจกรรมและการแสดงงานต่าง ๆ ทุก ๆ 3 เดือนขึ้นอยู่กับเทศกาลและประเพณีของจังหวัดในช่วงเวลานั้น
  • ส่วนที่ 3: นับว่าเป็นห้องที่มีบทบาทสำคัญและใช้เป็นห้องแสดงนิทรรศการถาวร ซึ่งเรียกกันว่า “ห้องเบิ่งไทเลย” ภายในห้องขนาดใหญ่แห่งนี้ เรื่องราวของเมืองเลยจะได้รับการถ่ายทอดอย่างโดดเด่นที่สุด ทั้งในแง่มุมของประวัติศาสตร์, ภูมิศาสตร์, ธรณีวิทยา, ประเพณีและกลุ่มชาติพันธุ์

เมืองเลย-4-อาคารที่ทำการศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดเลย

ภาพประกอบจาก https://bit.ly/2lTeWo5

เที่ยวเมืองเลย เที่ยวโบราณสถาน อาคารที่ทำการศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดเลย

นอกจากความงามของธรรมชาติอันเขียวขจีบนยอดเขา, สายหมอกที่ห้อมล้อมทิวทัศน์, เสียงน้ำตกปลุกความสดชื่อและวัดโบราณเลืองชื่อต่าง ๆ แล้ว จังหวัดเลย ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญด้านวัฒนธรรมที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของชาวเมืองท้องถิ่นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยแหล่งท่องเที่ยวในตัวเมืองจังหวัดเลยตั้งอยู่ไม่ไกลจากเทศบาลเมืองเลย นักท่องเที่ยวสามารถแวะชื่นชมบรรยากาศพร้อมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองเลยเพื่อเสริมสิริมงคลได้ที่ศาลเจ้าพ่อกุดป่องและศาลหลักเมือง ถัดมาไม่ไกลกันนักก็จะได้อิงแอบธรรมชาติด้านหลังศาลหลังเมืองซึ่งก็คือที่ตั้งของสวนสาธารณะกุดป่องซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถผ่อนคลายสมอง, พักผ่อนอิริยาบทและเพลิดเพลินไปกับการให้อาหารปลาริมแม่น้ำ หรือจะเป็นการเยี่ยมชมโบราณสถานเก่าแก่ อาคารที่ทำการศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดเลยก็เป็นแผนการเที่ยวในเมืองที่น่าสนใจ

ประวัติความเป็นมาของอาคารที่ทำการศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดเลยนั้น แต่เดิมได้ถูกก่อสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นศาลากลางจังหวัดและที่ว่าการอำเภอเมืองซึ่งอาคารสร้างเสร็จในช่วงปี พ.ศ. 2476  โดยตั้งอยู่บนถนนเจริญรัฐ นักท่องเที่ยวสามารถสังเกตได้ง่ายเพราะตั้งอยู่ไม่ห่างจากบริเวณสวนสาธารณะกุดป่องและไม่ไกลจากเทศบาลเมืองเลย นอกจากความงดงามของสถาปัตยกรรมสมัยก่อนแล้ว ปัจจุบันอาคารที่ทำการศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดเลยแห่งนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเพื่อการอนุรักษ์โดยกรมศิลปากรอีกด้วย ที่สำคัญ สถานที่แห่งนี้ยังมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าประทับใจของชาวเมืองเลย ย้อนกลับไปในเดือนพฤศจิกายน ปีพ.ศ. 2498 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถได้ทรงประทับแรมมุขแรกชั้นบนเมื่อคราวเสด็จเยี่ยมพสกนิกรชาวเลย หลังจากนั้น สภาวัฒนธรรมจังหวัดเลย ได้อัญเชิญพระเก้าอี้ที่ประทับมาเก็บรักษาไว้ที่มุขแรกชั้นบนของอาคารแห่งนี้จนถึงปัจจุบัน    


เมืองเลย-5-อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำหมานตอนบนและห้วยกระทิง

เที่ยวเมืองเลย ล่องแพที่อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำหมานตอนบนและห้วยกระทิง

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวใกล้ชิดธรรมชาติ การเดินทางมาพักผ่อนที่จังหวัดเลยนับว่าเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทุกรายละเอียดของความสดชื่น, สร้างความผ่อนคลายและสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ขานรับความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยวแต่ละสไตล์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถานที่ท่องเที่ยวอย่างอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำหมานตอนบน หรือที่หลาย ๆ คนอาจจะคุ้นหูในชื่อ ห้วยกระทิง ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของวนอุทยานหริรักษ์บนพื้นที่เขียวขจีกว้างใหญ่ขนาด 1,500 ไร่ โดยได้ถูกใช้สร้างเป็นอ่างเก็บน้ำสันเขื่อนเพื่อการชลประทานที่มีขนาดความจุน้ำได้มากถึง 26 ล้านลูกบาศก์เมตรและสันเขื่อนยาว 800 เมตร

นอกจากประโยชน์เฉพาะหน้าเพื่อระบบชลประทานที่ดีขึ้นแล้ว อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำหมานตอนบนยังเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่โอบล้อมด้วยบรรยากาศเป็นธรรมชาติพร้อมด้วยทัศนียภาพของป่าไผ่และภูเขาโดยรอบ ซึ่งนักท่องเที่ยวไม่เพียงแต่จะได้ใช้เวลาพักผ่อนท่ามกลางความร่มรื่นของป่าไม้และสายลมเย็นที่พัดผ่านเท่านั้น แต่ยังสามารถเลือกเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมล่องแพกินลมชมวิวทิวทัศน์และชิมอาหารพื้นเมืองระหว่างเดินทางผ่านสายน้ำและเขาเขียว โดยมีอัตราค่าบริการล่องแพประมาณ 300 บาท หรือจะเลือกสนุกไปกับการว่ายน้ำเล่นก็สามารถเช่าเสื้อชูชีพและห่วงยางได้เช่นกัน

ที่สำคัญ ณ จุดชมวิวห้วยกระทิง นักท่องเที่ยวยังสามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศโดยรอบในภาพมุมสูงที่มองเห็นทั้งหุบเขาด้านล่าง, สัมผัสวิวและลมจากขุนเขาที่ห้อมล้อมและภาพอ่างเก็บน้ำที่มีแพใหญ่น้อยทั้งลอยนิ่งและล่องเหนือน้ำซึ่งเป็นภาพที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาโดยตลอด นอกจากนี้ หากนักท่องเที่ยวต้องการชมพระอาทิตย์ตกยามเย็นที่สันเขื่อนของอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำหมาน ก็สามารถไปรอชมได้และเพื่อไม่ให้พลาดช่วงเวลาสำคัญ นักท่องเที่ยวควรต้องมาถึงจุดชมวิวไม่เกิน 17.00 น. เพราะนักท่องเที่ยวจะสามารถมองเห็นและเก็บภาพช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ลับเหลี่ยมเขาได้อย่างงดงาม


เมืองเลย-6-วนอุทยานภูผาล้อม

ภาพจาก https://bit.ly/2lMR3ia

เที่ยวเมืองเลย ชมธรรมชาติในป่าสงวนที่วนอุทยานภูผาล้อม

วนอุทยานภูผาล้อมเป็นแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอนาด้วง จังหวัดเลย ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยมีเนื้อที่มากถึง 8,500 ไร่ หรือประมาณ 13.6 ตารางกิโลเมตร ซึ่งกรมป่าไม้ได้จัดตั้งขึ้นตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2539 ภูมิทัศน์ของวนอุทยานภูผาล้อมเป็นลักษณะภูเขาหินปูนและหินแกรนิตหลายแห่งซ้อนสลับชั้นมียอดหยักแหลมเรียงรายและโอบล้อมประหนึ่งกำแพงท่ามกลางผืนป่าดิบในที่ราบลุ่มคล้ายแอ่งกระทะที่มีทั้งพืชสมุนไพร, ป่าเต็งรังและเบญจพรรณช่วยทำให้ผืนป่าแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์, ถ้ำต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นถ้ำแก้ว, ถ้ำผาบ่อง, บ่อน้ำซับและบ่อน้ำผุด ซึ่งคนท้องถิ่นเชื่อว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่ใจกลางป่าและเป็นรูของพญานาค เพราะทางน้ำใต้ดินนี้สามารถทะลุออกไปยังแม่น้ำโขงได้ นอกจากนี้ วนอุทยานภูผาล้อมยังสูงจากระดับน้ำทะเลราว ๆ 400 – 700 เมตรอีกด้วย สำหรับสภาพอากาศที่วนอุทยานแห่งนี้สามารถแบ่งออกเป็น 3 ฤดูกาลซึ่งประกอบด้วย ฤดูแล้งเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ – เดือนพฤษภาคม, ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน – เดือนกันยายนและ ฤดูหนาวมาเยือนตั้งแต่เดือนตุลาคม – เดือนมกราคมของทุกปี

ประวัติความเป็นมาของสถานที่ท่องเที่ยววนอุทยานภูผาล้อม เริ่มขึ้นในปีพ.ศ. 2537 เมื่อเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าและเจ้าหน้าที่ตำรวจอำเภอนาด้วง ได้เข้าจับกุมผู้กระทำผิดกฏหมายด้านป่าไม้ และในเหตุการณ์ครั้งนั้น ทางเจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจยึดซากเลียงผาและตรวจพบร่องรอยของเลียงผาในบริเวณผาล้อม ทำให้มีการคาดการณ์ว่าป่าแห่งนี้น่าจะมีเลียงผาสัตว์สงวนอาศัยอยู่ จึงเห็นควรจัดตั้งเป็นวนอุทยานเขตป่าสงวนตั้งแต่ปีพ.ศ. 2539 เป็นต้นมา ดังนั้นในการเข้าเยี่ยมชมวนอุทยานภูผาล้อม นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง ในกรณีที่นักท่องเที่ยวต้องการพักแรมก็สามารถแจ้งล่วงหน้าก่อนอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อจะได้กางเต้นท์พักแรมในบริเวณที่ทำการวนอุทยานฯ นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังต้องเตรียมอาหารไปเองด้วย


เมืองเลย – 7 – ภูบ่อบิด

ภาพจาก https://bit.ly/2lS6JR4

เที่ยวเมืองเลย ชมวิวพระอาทิตย์ตกบนภูบ่อบิด

หนึ่งใน 12 เมืองต้องห้ามพลาดเที่ยวในแคมเปญรณรงค์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยนั้น มีจังหวัดเลยติดอันดับด้วยเพราะไม่เพียงมีเอกลักษณ์เฉพาะตามแบบฉบับของเมืองเลยเท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เสน่ห์แห่งขุนเขาที่ห้อมล้อมเมืองผ่านภูต่าง ๆ ในจังหวัดเลย ซึ่งภูบ่อบิดคือหนึ่งในนั้นและเหมาะสำหรับการชื่นชมวิวธรรมชาติมากที่สุด

ภูบ่อบิดตั้งอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดเลยในเขตป่าสงวนบนพื้นที่กว่า 4,375 ไร่ โดยทางกรมป่าไม้ได้ประกาศให้เป็นวนอุทยานตั้งแต่ปีพ.ศ. 2539 หากนักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปบนยอดภูบ่อบิดซึ่งเป็นภูเขาสูงตระหง่านก็จะสามารถมองเห็นวิวและทัศนียภาพรอบเมืองเลย ที่สำคัญ ภูบ่อบิดยังได้รับเลือกให้เป็นจุดชื่นชมและร่วมดื่มด่ำกับปรากฎการณ์ตามธรรมชาติที่สวยงามอย่างช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกดิน ในยามค่ำคืน นักท่องเที่ยวจะมองเห็นประกายแสงไฟตามบ้านเรือนของชาวเมืองเลยที่สะดุดตาและสวยงามชวนประทับใจ นอกจากนี้ ยอดภูบ่อบิดทั้งสองข้างยังอุดมไปด้วยป่าที่สมบูรณ์ ร่มรื่น โดยเส้นทางขึ้นไปสัมผัสธรรมชาตินั้น นักท่องเที่ยวสามารถเดินเท้าขึ้นไปจนถึงยอดภูด้วยบันได ระหว่างทางขึ้นภู นักท่องเที่ยวยังได้อิ่มเอมกับไม้ดอกนานาพันธุ์ตามธรรมชาติที่เรียงรายอยู่สองข้างทางทั้งกล้วยไม้ดิน, เห็ดและสมุนไพรไทยต่าง ๆ หรือถ้านักท่องเที่ยวต้องการพักก่อนเดินขึ้นภูต่อไปก็มีจุดพักผ่อนที่บริเวณถ้ำแดง ซึ่งเป็นจุดนมัสการพระพุทธรูป จากนั้นค่อยร่วมผจญภัยไปกับการเข้าถ้ำลอด ก่อนจะขึ้นถึงภูบ่อบิด เมื่อนักท่องเที่ยวเดินไล่ระดับสูงขึ้นมาเรื่อย ๆ ก็จะสัมผัสได้ถึงอากาศที่เย็นสบาย จนเมื่อถึงยอดภูก็จะได้นมัสการพระพุทธรูปที่ยอดภู,ชมสายหมอก, ทิวเขา, หน้าผาท่ามกลางบรรยากาศของพระอาทิตย์ตกและประทับใจไปกับภาพพาโนรามาของอำเภอเลยอย่างชื่นใจบนภูบ่อบิด


เที่ยวเมืองเลย – 8 – วัดถ้ำผาปู่หรือถ้ำเพียงดิน ท่าลี่

เที่ยวเมืองเลย แวะนมัสการเสริมสิริมงคลที่วัดถ้ำผาปู่ ท่าลี่

สถานที่ท่องเที่ยวเสริมสิริมงคลที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเยี่ยมชมได้เพราะตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเลยเพียง 10 กิโลเมตรผ่านเส้นทางท่าลี่ก็จะถึงวัดถ้ำผาปู่ หรือ ถ้ำเพียงดิน โดยลักษณะความงามตามธรรมชาติภายในวัดเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่ใต้ภูเขาหินที่มีหินงอกและหินย้อยแปลกตาสวยงาม ส่วนด้านนอกถ้ำเป็นป่าไผ่และป่าเบญจพรรณที่สมบูรณ์จึงเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ต่าง ๆ โดยเฉพาะค่างแว่นที่นับได้ว่าสถานที่นี้เป็นที่เดียวในจังหวัดเลยที่ค่างแว่นยังอาศัยอยู่  ที่สำคัญ วัดถ้ำนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปและอัฐของหลวงปู่คำดี ปภาโส พระธุดงค์ฝ่ายวิปัสสนากรรมฐาน ผู้ค้นพบถ้ำแห่งนี้

ประวัติความเป็นมาของถ้ำผาปู่ หรือที่ชาวท้องถิ่นเรียกว่า ถ้ำเพียงดิน แต่เดิมเป็นเพียงสำนักสงฆ์ขนาดเล็กที่ถูกทิ้งร้าง ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา จะมีก็แต่พระธุดงค์ที่ผ่านมาปักกรดบ้างนาน ๆ ครั้ง จึงทำให้บริเวณนี้วังเวง น่ากลัวจนผู้คนไม่กล้าเดินผ่าน แต่ภายในวัดถ้ำเพียงดินมีพระพุทธรูปขนาดกลางประดิษฐานอยู่แต่ไม่ทราบแน่ชัดว่าสร้างขึ้นเมื่อใด ซึ่งผู้คนที่มาสักการะต่างเชื่อถือในความศักดิ์สิทธิ์ จนกระทั่งในปีพ.ศ. 2475 จึงได้ถูกตั้งให้เป็นสำนักสงฆ์ ต่อมาในปีพ.ศ. 2495 หลวงปู่คำดีได้ธุดงค์ผ่านมาและพบว่าถ้ำเพียงดินแห่งนี้มีความเงียบสงบจึงเลือกสถานที่แห่งนี้เพื่อจำพรรษา และได้พยายามรวบรวมชาวบ้านให้ร่วมกันสร้างวัดผาปู่ขึ้น แม้ในช่วงแรก ๆ ยังไม่ค่อยได้รับความร่วมมือจากชาวเมืองท้องถิ่น แต่ด้วยคุณความดี, ใจเมตตาและคุณธรรมของหลวงปู่คำดี ทำให้วัดถ้ำผาปู่แห่งนี้ก่อสร้างสำเร็จและได้ตั้งเป็นวัดธรรมยุติที่ภายในมีทั้งศาลาการเปรียญ, หอระฆัง, กุฏิและที่พักค้างคืน นอกจากนี้ ก่อนที่หลวงปู่จะมรณภาพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงสถาปนาให้ท่านเป็นพระครูสัญญาบัตรหรือเทียบเท่าผู้ช่วยเจ้าอาวาสหลวงชั้นโท ฝ่ายวิปัสสนาจุระ   


เมืองเลย – 9 – สะพานข้ามแม่น้ำเหืองไทยลาว

ภาพจาก https://bit.ly/2kd7Vhy

เที่ยวเมืองเลย ชมไมตรีสองประเทศผ่านสะพานข้ามแม่น้ำเหืองไทยลาว

สะพานข้ามแม่น้ำเหืองไทยลาว ไม่เพียงเป็นเส้นทางลัดสู่เมืองมรดกโลกหลวงพระบางที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่างหลั่งไหลมาเยี่ยมชมเท่านั้น แต่ยังเป็นสะพานมิตรภาพที่ทำหน้าที่เสมือนประตูเชื่อมการค้าระหว่างไทยลาวซึ่งทำรายได้ให้ประเทศไม่น้อยกว่าปีละ 800 ล้านบาท การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเหืองไทยลาวเริ่มขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2536 และได้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในปีพ.ศ. 2547 โดยตั้งอยู่ที่บ้านนากระเซ็ง โดยเดินทางผ่านไชยะบุรีเป็นระยะทางประมาณ 363 กิโลเมตร และในขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวก็สามารถข้ามสะพานแห่งนี้ไปเลือกซื้อสินค้าปลอดภาษีหรือแวะเลือกซื้อสินค้าบริเวณสะพานฝั่งสปป. ลาวก็ได้เช่นกัน

นอกจากสะพานข้ามแม่น้ำเหืองไทยลาวจะเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพที่ดีระหว่างสองประเทศแล้วยังแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางการค้าที่แน่นแฟ้นอีกด้วย ที่สำคัญ แม่น้ำเหืองแห่งนี้ยังมีต้นกำเนิดจากภูเขียวในประเทศลาว โดยไหลผ่านตามแนวเขตแดนไทยลาว ไม่ว่าจะเป็นอำเภอด่านซ้าย, อำเภอนาแห้วและอำเภท่าลี่ จังหวัดเลย ก่อนจะไหลมาบรรจบลงสู่ลุ่มแม่น้ำโขงที่อำเภอเชียงคาน บ้านท่าดีหมี ซึ่งตลอดเส้นทางของสายน้ำมีความยาวโดยประมาณ 140 กิโลเมตร

ทั้งนี้ ลักษณะของสะพานเป็นการสร้างขึ้นจากคอนกรีตที่มีความยาว 110 เมตรและกว้าง 9 เมตรและมีทางเท้าอีกข้างละ 1.5 เมตร ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปยังหลวงพระบางได้ ในอดีตการเดินทางข้ามฝั่งไทยลาวเพื่อการท่องเที่ยวใช้เวลาเดินทางถึง 7 ชั่วโมง แต่เมื่อมีการปรับโครงสร้างเส้นทางคมนาคมด้วยสะพานข้ามแม่น้ำเหืองไทยลาว ทำให้การเดินทางผ่านเส้นทางมิตรภาพสายนี้ช่วยประหยัดระยะเวลาเดินทางลงเหลือเพียง 4 ชั่วโมงเท่านั้น จึงทำให้เส้นทางดังกล่าวได้ว่ารับเลือกให้เป็นเส้นทางที่ดีที่สุดในการเดินทางจากฝั่งประเทศไทยไปสปป. ลาวเพื่อชมความงดงามของเมืองมรดกโลก หลวงพระบาง


เมืองเลย – 10 – บ้านนากระเซ็ง ท่าลี่

เที่ยวเมืองเลย ช้อปสินค้าปลอดภาษีริมพรมแดนไทยลาว ณ บ้านนากระเซ็ง ท่าลี่

ด่านพรมแดนไทยลาวที่เมืองเลยตั้งอยู่ที่บ้านนากระเซ็ง ท่าลี่ ภายใต้การบริหารงานของด่านศุลกากรท่าลี่ สำนักงานศุลกากรภาค 2 สังกัดกระทรวงการคลัง โดยกั้นกลางระหว่างพรมแดนของสองประเทศทั้งไทยและสปป. ลาว ซึ่งมีแนวเขตแดนตามธรรมชาติอย่างแม่น้ำเหืองคั่นกลางระหว่างบ้านนากระเซ็ง อำเภอท่าลี่ ฝั่งประเทศไทย และเมืองแก่นท้าว แขวงไชยะบุลีของทางฝั่งสปป. ลาว ทำให้ผู้คนมักเรียกขานกันว่าด่านสะพานมิตรภาพน้ำเหืองไทย-ลาว แต่ก่อนนั้น ผู้คนใช้พรมแดนนี้ในการสัญจรไปมาเพื่อซื้อขายสินค้าอุปโภคบริโภค, วัสดุก่อสร้างและน้ำมัน แต่ไม่ค่อยนิยมเดินทางข้ามไปท่องเที่ยวเพราะเส้นทางไม่สะดวกและใช้เวลาเดินทางนานมาก ส่งผลให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกใช้เส้นทางหนองคายไปนครเวียงจันทร์ โดยผ่านเมืองวังเวียงเพื่อต่อไปหลวงพระบางแทน ทั้ง ๆ ที่ระยะทางโดยรวมยาวถึง 400 กิโลเมตรและใช้เวลานานกว่า 10 ชั่วโมง

ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2547 เป็นต้นมา สะพานข้ามแม่น้ำเหืองไทยลาวได้เริ่มเปิดใช้บริการ ทำให้ด่านพรมแดนไทยลาวที่บ้านนากระเซ็ง ท่าลี่เป็นจุดเปลี่ยนทางการท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่คึกคักมากขึ้น เพิ่มจากแต่เดิมที่เป็นจุดสร้างรายได้เข้าประเทศไม่น้อยกว่า 800 ล้านบาทในแต่ละปี ทั้งนี้ หากนักท่องเที่ยวต้องการข้ามแดนไปชื่นชมเมืองมรดกโลก หลวงพระบางและเก็บเกี่ยวบรรยากาศวิถีความเป็นอยู่ตามแบบฉบับชาวลาว ก็ต้องทำเอกสารขอผ่านแดนชั่วคราวก่อน จากนั้นก็จ้างสามล้อนั่งข้ามฝั่งไปจากบ้านนากระเซ็ง ท่าลี่ นอกจากนี้ ที่บริเวณพรมแดนไทยลาวยังมีสินค้าพื้นบ้านและขนมนำเข้าจากประเทศจีนจำหน่าย ในทุก ๆ วันเสาร์จะมีการจัดตลาดนัดขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อเป็นจุดรวมของทั้งชาวไทยและชาวลาวให้มาจับจ่ายซื้อของ ที่สำคัญ จากจุดพรมแดนไทยลาวที่บ้านนากระเซ็ง ท่าลี่ นักท่องเที่ยวสามารถข้ามสะพานแม่น้ำเหืองไปฝั่งลาวเพื่อท่องเที่ยวหลวงพระบางโดยใช้เวลารวมไม่ถึง 4 ชั่วโมง ทำให้พรมแดนนี้ได้รับการคาดการณ์ว่าจะสามารถกระตุ้นการท่องเที่ยวไทยลาวให้เติบโตยิ่งขึ้น

สรุป

แต่ละสถานที่ อาจจะเขียนแค่ 350-500 คำ แต่พอนำแต่ละที่ มารวมกันแล้ว จะพบว่า ยาวทีเดียว ซึ่งก็สำคัญสำหรับการการทำอันดับบน google ได้เช่นเดียวกัน

หากต้องการสั่งงาน ท่านสามารถดู วิธีสั่งงานและชำระเงิน ได้ และหากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถาม สามารถติดต่อเราได้ทาง Email : translationfind@gmail.com หรือ Line: 0878314785 สอบถามได้ที่ เบอร์ 0878314785